Short Comment 6 ; August 2012

posted on 15 Sep 2012 10:58 by keaaaa in 3FLICK directory Entertainment

http://images.movieseer.com/movieportal/DataFile/Movie/M24880/MoviePicture/24880_31892_644_436.jpg

P-047 แต่เพียงผู้เดียว / คงเดช จาตุรันต์รัศมี / 2011 / A+++
 
น่าจะเป็นหนึ่งในหนังที่ชอบที่สุดในปีนี้ แต่เพียงผู้เดียว โยงประเด็นหลากหลายทั้งอัตลักษณ์ ตัวตน การซ้อนทับ ออริจินอล เพศสภาพ แล้วก็อีกหลากหลายประเด็น (คือมันเยอะมาก ขี้เกียจนึก) มาเกี่ยวกระหวัดเข้าไว้ด้วยกัน

อันที่จริง สำหรับคงเดช จาตุรันต์รัศมี ข้อเสียที่เรารู้สึกตลอดมาในหนังพี่เขาก็ยังปรากฏอยู่ในหนังเรื่องนี้ คือหนังคงเดชมันจะมีช็อตมีฉากแบบที่เราจะรู้สึกเสมอมาว่า อืม พี่จะใส่เข้ามาทำไมเนี่ย (ฮา) สำหรับเรื่องนี้ก็ได้แกตัวละครสาวดมกระป๋องและพล็อตหนังเล็กจารชน แต่ก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย ๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหนังทั้งเรื่องมากมายอะไร

กับหนังเรื่องก่อน ๆ ที่ทำในระบบ แม้เนื้อหามันจะซึมซับได้ยากสักแค่ไหน แต่คงเดชก็เล่าออกมาเป็นแมส ง่ายต่อการเข้าใจในระดับหนึ่ง แต่ P-047 พี่แกเล่นท่ายากพอสมควร ทั้งการเล่าไม่ลำดับเวลา ไม่แจกแจงรายละเอียดเรื่องราวชัดเจน ในทางตรงกันข้าม คงเดชให้รายละเอียดคนดูแต่เพียงน้อย พร่าเลือน และบางที คนดูก็ไม่อาจรู้ได้ว่าฉากที่กำลังดูอยู่มันมีจุดมุ่งหมายอะไร หรือมันนำไปสู่อะไร เหมือนคงเดชให้จิ๊กซอว์แก่คนดูมาทีละชิ้น แล้วให้คนดูมาต่อให้เห็นภาพใหญ่กันเอาเอง มาทำความเข้าใจกันเอาเอง

ที่สำคัญคือ จิ๊กซอว์แต่ละชิ้นมันไม่ได้มีภาพตายตัวบนนั้น มันจะต่อยังไง รูปแบบไหนก็ได้ เข้ากันได้หมด นั่นหมายความว่า ไม่ว่าคนดูจะตีความภาพที่เห็นออกมาแบบไหน มันก็ไม่มีผิดหรือถูก เช่นตัวละครของเล็ก-ช่างทำกุญแจ ที่มีดำรงอยู่มีอัตลักษณ์ชัดเจนในตอนแรก ก่อนที่การดำรงอยู่ดังกล่าวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ทั้งชื่อ สถานที่ กระทั่งความทรงจำ คนดูจะตีความส่วนนี้ออกมาในรูปแบบไหนก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดหรือสิ่งผูกมัดตายตัว

เราดูหนังเรื่องนี้จบมาเดือนกว่า ๆ แล้ว แต่ประเด็นในหนังมันยังติดค้างในหัวเราอยู่เลย.


 
 
http://www.culturalnews.com/wp-content/uploads/2012/05/20120511-Film-I-Wish-Maeda.jpg

I Wish / Hirokazu Koreeda / 2011 / A-

Hirokazu Koreeda มันเอาอีกแล้วครับ มันทำร้ายคนดูกันอีกแล้ว I Wish นี่น่าจะเป็นหนังที่เรียบง่ายเบาสบายที่สุดของเขาแล้วมั้ง (เท่าที่เคยดูนะ) แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง หนังมันก็ปล่อยหมัดฮุคใส่คนดูอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวเลย แล้วหมัดนั้นก็น็อคคนดูอยู่หมัดเลย

หนังมันเล่าถึงเด็กคนหนึ่งที่ได้ยินมาว่าถ้าไปอธิษฐานขอพร ณ ที่ซึ่งรถไฟวิ่งสวนกัน คำอธิษฐานนั้นจะเป็นจริง คำอธิษฐานของน้องคนนี้ก็คือขอให้ภูเขาไฟระเบิด แม่กับเขาจะได้อพยพย้ายกลับไปอยู่กับพ่อและน้องชายเป็นครอบครัวกันอีกครั้ง เฮ ไอ้เด็กคนนี้มันก็เลยนัดแนะเพื่อนฝูงและน้องชายเดินทางไปสถานที่นั้นด้วยกัน

Koreeda เล่าเรื่องราวของเขาอย่างไม่รีบร้อนฮะ ดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ ตัวละครก็คุยกันไป แล้วบางทีระหว่างทางก็แวะไปเล่าเรื่องคนนั้นคนนี้ เล่าเรื่องแม่ เล่าชีวิตคุณป้า เหมือนไม่มีจุดโฟกัส แล้วไอ้ 'ระหว่างทาง' เหล่านี้ มันก็ดันออกมาละเมียดละไม ออกมางดงามด้วย ดูเหมือนมันจะเป็นงานชิ้นเรียบง่าย สดใสอบอุ่น ทว่าเราก็อาจน้ำตาซึมไม่รู้ตัวระหว่างที่รับรู้เรื่องราวเหล่านั้นได้เลยเหมือนกัน เราชอบมุมมองของ I Wish มันเป็นมุมสุขอมทุกข์ เห็นทุกข์ระทมหม่นหมอง แต่ก็มีสุขเจืออยู่ในนั้น




http://www.pajiba.com/assets_c/2012/03/the-cabin-in-the-woods-image-1-600x398-thumb-550x364-40107.jpg

The Cabin in the Woods / Drew Goddard / 2012 / B

มันบ้ามาก ตอนแรกคิดว่ามันแหกขนบ แหวกสูตรพวกหนังสยองขวัญทั้งหลายแหล่ที่เคยมีกันมา แต่พอมาคิดทบทวนดูอีกทีก็คิดว่าหนังมันไม่ได้แหวกกฏไปไหนเลย แต่มันคือการ 'ยำ' สูตรสำเร็จมากกว่า ทั้งจุดหักมุม ตัวละคร คือหนังไม่ได้มีอะไรใหม่เลย เป็นอะไรเดิม ๆ นี่ล่ะ แล้วก็เป็นอะไรเดิม ๆ ที่เคยเห็นกันมาทั้งนั้นแล้วด้วย แล้วมันก็ผูกโยงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสนุก โดยเฉพาะ 20 นาทีสุดท้ายของหนังนี่คือพีคที่สุดแล้ว พีคชนิดที่ว่าหลังจากนี้เราอาจจะดูหนังสูตร Horror เดิม ๆ ไม่สนุกอีกเลยก็ได้

นี่คือหนังที่ 1) ถ้าสปอยล์แม้แต่นิดเดียวก็อาจทำลายอรรถรสทุกอย่างได้เลย 2) แม้ไม่ได้ดีเด่นเลิศเลอจนขึ้นหิ้ง แต่ก็เชื่อว่าต่อให้หนึ่งหรือสองทศวรรษผันผ่านไป มันก็ยังจะถูกกล่าวถึงซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น




http://www.manchestertimes.com/wp-content/uploads/2012/08/The-Bourne-Legacy-poster-1-Copy-copy-e1342670764720.jpg

The Bourne Legacy / Tony Gilroy / 2012 / B-

เราไม่สามารถยกเอา Legacy ไปเทียบเคียงกับหนังชุดเจสัน บอร์นภาคก่อนหน้าได้ คือ ถ้าเทียบกันจริง ๆ มันก็แพ้อย่างไม่ต้องสงสัย สาเหตุประการสำคัญก็คือ แม้ Legacy จะมีเนื้อหาหรือตัวละครที่เชื่อมโยงกับบอร์นก่อนหน้าอยู่พอสมควร ทว่ามันก็มีวิธีการเล่า และขนบการดำเนินเรื่องที่ผิดแผกแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับหนังชุดนั้น

แรกสุดคือ มันใช้เวลานานพอสมควรในการปูพื้นให้แก่เรื่องราว นานจนขนาดที่ว่าคนที่คาดหวังลีลาหรือชั้นเชิงอันเร่งเร้าบีบคั้นแบบที่ผ่านมาพาลจะผิดหวังเอาได้ง่าย ๆ ที่สำคัญคือ Tony Gilroy ไม่ได้ใส่พล็อตซับซ้อนแบบที่ Paul Greengrass ทำ จนทำให้ความง่ายของมันกลายเป็นความน่าเบื่อไปในบางจุด แต่เราว่าความดีของ Legacy ก็คือ เมื่อหนังดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง มันก็จุดเครื่องติด และทำให้คนดูสนุกไปกับเรื่องราวและตัวละครได้ไม่ต่างกัน

จุดที่เราไม่ชอบคือ 1)พล็อตมันเบาบางมาก ถึงมากที่สุด เหมือนหนังจะใส่ลูกเล่นลีลาซับซ้อนลงไปในนั้น แต่หากลองถอดแก่นแกนของมันออกมาแล้วก็อาจจะพบว่ามันไม่มีอะไรเลย 2)มันทำลายบทสรุปอันสมบูรณ์แบบของ Bourne Ultimatum ด้วยการให้ตัวละครเก่า ๆ โผล่มาอย่างละนิดละหน่อยโดยมิได้มีผลอะไรกับเรื่อง คือเหมือนหักหลังคนดูว่า ไอ้ที่เห็นแฮปปี้เอนดิ้งภาคที่แล้วน่ะไม่ใช่หรอกนะ ความจริงมันเป็นอย่างนี้ ๆ ซึ่งเรารู้สึกว่าบางอันก็ไม่จำเป็น มันเลือกไปทางอื่นก็ได้แต่หนังก็มาทางนี้

แต่โดยรวมแล้วก็ยังโอเค ตอน The Bourne Identity ของ Doug Liman ก็แบบนี้ ไม่ได้ดีเด่นอะไรมากมายจนน่ายกย่องสรรเสริญ แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร อย่างน้อยฉากไคลแม็กซ์ที่มะนิลาของ Legacy ก็ตื่นเต้นเร้าใจ สนุกดี




http://www.hollywoodreporter.com/sites/default/files/2011/02/coriolanus_2011_a_l.jpg

Coriolanus / Ralph Fiennes / 2011 / D

ไอเดียของหนังน่าสนใจดี ปรับงานของเชคสเปียร์อย่าง Coriolanus ให้ร่วมสมัย ดำเนินเรื่องในยุคปัจจุบัน ปรับเปลี่ยนเป็นมีปืนมีรถถัง แต่ก็น่าเสียดายที่งานกำกับชิ้นแรกของนักแสดงอย่าง Ralph Fiennes ชิ้นนี้ยังคงทำไม่ถึง และเต็มไปด้วยความไม่ลงตัวในหลายส่วน เช่นบทพูดที่ยกเอาวลีภาษาเก่าโบราณมาใช้ซึ่งไปกันไม่ได้เลยกับบริบทสมัยใหม่ของหนัง เช่นฉากสงครามที่บทพูดลักษณะดังกล่าวได้ลดทอนอารมณ์และความตื่นเต้นไปมากโข ซึ่งก็น่าเสียดายแทนการแสดงชั้นครูของ Vanessa Redgrave ที่ปรากฏในหนังเหมือนกัน เพราะ Coriolanus ฉบับนี้เป็นได้แค่ความพยายามทำบทประพันธ์ให้ออกมาร่วมสมัยเท่านั้น ไม่สามารถทำให้ออกมากลมกลืนกับบริบทปัจจุบันได้แต่อย่างใด




http://1.bp.blogspot.com/-i65XBiLO9aU/T6sOkxW09yI/AAAAAAAAFTY/VdPP5BGP6ys/s1600/the-raid-redemption+pic04.jpg

The Raid : Redemption / Gareth Evans / 2012 / C+
 
คอหนังแอ็กชั่นแนวถึงพริกถึงขิงนี่ต้องสนุกกับมันแน่เลย ก็ต้องยอมรับว่า Gareth Evans เก่งในการใช้องค์ประกอบต่าง ๆ สร้างอารมณ์ให้คนดูอย่างได้ผลทั้งแสงไฟ สถานที่ การเคลื่อนกล้อง แล้วก็ดีอีกอย่างที่กล้องในหนังเรื่องนี้มันไม่ได้ส่ายไปมาแบบหนังแอ็กชั่นต่อสู้มือเปล่ายุคหลัง ๆ แล้วดีไซน์ฉากแอ็กชั่นของมันก็ดูรุนแรงสมจริง ทั้งบีบคั้นและกดดัน ท่วานอกเหนือจากนั้นแล้ว ก็น่าเสียดายที่หนังดูจะพร่องบางในส่วนอื่นแทบจะทั้งหมด เช่นตัวละครที่แบ่งสีขาวดำกันอย่างชัดเจน หรือการที่ละเลยปูมหลังเบื้องลึกของตัวละคร จนทำให้ภาพความตายในหนังกลายเป็นความดาษดื่น ไม่รู้สึกผูกพันแต่อย่างใด กลายเป็นว่าเราดูจบแล้วก็จบกัน ไม่ประทับติดอยู่ในใจ เหมือนเอาฉากแอ็กชั่นมาเรียงต่อกัน แล้วก็ค่อย ๆ ใส่เนื้อเรื่องเชื่อมร้อยกันเข้าไปทีหลัง

แล้วเมื่อถึงฉากที่ตัวร้ายมันวางปืนลงแล้วบอกประมาณ แกกับฉันมาสู้กันมือเปล่าดีกว่า เราก็คิดว่ามันถึงเวลาที่ควรจะต้องลบความเป็นเหตุเป็นผลในหนังเรื่องนี้ออกไปให้หมดซะ แล้วก็มาดูภาพตรงหน้าที่มันซัดกันเลยดีกว่า เพราะว่าหนังไม่ได้สนใจส่วนอื่นอีกแล้ว

(แล้วก็นะ โหลดมาดู เพราะฉบับที่ฉายโรงเสือกเป็นเวอร์ชั่นพากย์อังกฤษทับ ขอบใจมาก)





http://www.mattfind.com/12345673215-3-2-3_img/movie/z/f/g/restless_2011_724x483_123175.jpg

Restless / Gus Van Sant / 2011 / C+
 
แทบจะคารวะ, ตอนถึงฉากที่พระเอกนางเอก Annie และ Enoch พูดไดอะล็อกนี้ออกมา
Annie : Tell me about the birds, Enoch.
Enoch : What?
Annie : The Songbirds. Why do they sing in the morning?
Enoch : They sing because they're happy to be alive another day.
Annie : I've sung every morning since I met you.
ทว่าหนังก็ทำลายความดีงามของฉากนี้จนหมดสิ้นในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา

Restless ของ Gus Van Sant เป็นหนังที่มีองค์ประกอบถึงพร้อมในหลายจุด โดยเฉพาะตัวละครและเนื้อเรื่องที่แม้จะซ้ำแต่ก็มีความน่าสนใจ ทว่าก็น่าเสียดายที่หนังพยายามจะแหวกความซ้ำเหล่านั้นตลอดเวลา ซึ่งในบางจุด การ 'พยายามจะฉีกตัวเองไม่ให้ซ้ำ' ของหนัง หลายครั้งมันก็กลายเป็นการทำร้ายทำลายหนังไปแทน เช่นไดอะล็อกดังกล่าวที่พร้อมจะซึ้ง แต่หนังก็เลือกที่จะพาตัวเองไปอีกทาง ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน




http://static.guim.co.uk/sys-images/Film/Pix/pictures/2012/8/15/1345038597853/The-Expendables-2-008.jpg

The Expendables 2 / Simon West / 2012 / B-

อย่างน้อยก็ไม่ได้หลับสนิทแบบตอนที่ดูภาคแรก ก็ต้องยอมรับว่าแม้งานของ Simon West จะไม่ได้น่าจดจำนัก แต่อย่างน้อยในหน้าที่ "ผู้กำกับ" เขาก็ทำได้ดีกว่า Sylvestor Stallone ถึงแม้ว่าเมื่อลองพิจารณาหนังอย่างเป็นเอกเทศ แยกแยะออกจากกันแล้วก็พบว่ามันยังเต็มไปด้วยความลักลั่น ไม่ลงตัวในหลายส่วน แต่ Expendables 2 ก็ดูสนุก มีลูกล่อลูกชน มีจังหวะในการเล่นกับคนดู เช่นฉากแอ็กชั่นที่โดยรวมก็ถือว่าโน้มน้าวชักจูง และมุขตลกที่ค่อนข้างจะได้ผล (เราขำนะตอน Bruce Willis พูด I'll be back เนี่ย)

ทว่าข้อเสียอันใหญ่หลวงของหนังก็คือมันแบน แน่นอนล่ะว่าเราจะคาดหวังเอามิติตื้นลึกหนาบางจากหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบนี้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่กับเรื่องนี้มันก็แบนเกินไปจริง ๆ พูดกันไม่กี่คำก็ยิงกันอีกแล้ว การที่มันยิงกันทุกห้านาทีนี่มันก็มีผลให้เรื่องน่าเบื่ออยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม การได้เห็นท่ากระโดดเตะของ Jean Claude Van-Damme บนจอใหญ่อีกครั้งนี่ก็ทำให้รู้สึกดีจริง ๆ





http://2.bp.blogspot.com/-xjSFfcbPbJo/T2j7846Fj_I/AAAAAAAAAkM/fehavyAqxWc/s1600/salmon-fishing-in-the-yemen-movie-image-amr-waked-ewan-mcgregor-emily-blunt-01.jpg

Salmon Fishing in the Yemen / Lasse Hallstrom / 2012 / C+
 
ที่จริงเราชอบงานยุคแรก ๆ ของ Lasse Hallstrom นะ พวก What's Eating Gilbert Grape ? อะไรแบบนั้น ทว่าตั้งแต่พี่แกเริ่มโดนฮอลลีวู้ดกลืนกินในยุคหลัง ๆ เราก็เริ่มชอบงานแกน้อยลงเรื่อย ๆ แต่เรื่องนี้ก็โอเค ยังพอใช้ได้อยู่ มีจุดพีคจุดจี๊ดจี้ให้สะเทือนพอสมควร พล็อตหักเหตอนนางเอกรู้ว่าแฟนยังไม่ตายนี่เดาออกตั้งแต่ต้นเรื่องก็จริง แต่พอมันมาเฉลยช่วงท้ายมันก็ยังกระทบความรู้สึกอยู่ดี

แล้ว Emily Blunt ก็เล่นดีเหลือเกิน คือเธอไม่ใช่คนที่หน้าตาสวยเท่าไรถ้าจะว่าไป แต่เวลาแสดงออกผ่านสีหน้าแววตานี่ได้หมดเลย เราว่าเล่นยากนะ ไอ้หน้าแบบมีอะไรอัดอั้นอยู่เต็มอกแต่ก็พูดออกไปไม่ได้เนี่ย คือถ้าเล่นน้อยไปก็ไม่เห็น เล่นใหญ่ไปก็ไม่เข้ากับหนังเรียบ ๆ แบบนี้อีก แล้ว Blunt ก็ทำได้ดีเลย

แต่ข้อเสียของมันก็คือ เคมีระหว่างพระเอกนางเอกที่ค่อนข้างจะยังไม่เข้ากัน ซีนโรแมนติกหลายครั้งที่ทั้งคู่คุยกัน แสง พร็อพ บนสนทนานี่ถึงพร้อมทุกอย่างเลยแต่ทั้งคู่ก็เหมือนยังเล่นรับส่งได้ไม่เข้าขากันเท่าไร ยิ่ง Kristen Scott Thomas นี่เล่นใหญ่มาก ใหญ่จนน่ารำคาญ ไม่รู้ตั้งใจรึเปล่าเพราะท้ายที่สุดแล้วบทนี้ก็ไม่ได้มีความสำคัญกับเรื่องราวเท่าไหร่

แล้วการคลี่คลายปมของหนังตอนท้ายก็สรุปจบง่ายเหลือเกิน อยู่ดี ๆ มันก็แฮปปี้เอนดิ้งกันเสียอย่างนั้น งานชิ้นนี้ของ Hallstrom ก็เลยเป็นงานที่ต้นดีปลายร้าย ขึ้นต้นอย่างมีความหวัง เหมือนจะน่าจดจำแต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรพิเศษแต่อย่างใด







Total Recall / Len Wiseman / 2012 / D

ดูได้ครึ่งเรื่องก็เข้าสู่ห้วงนิทรา อย่าคาดหวังอะไรเลยกับหนังของ Len Wiseman




http://2.bp.blogspot.com/-qswYyOSiXXo/T-WDKSzlGJI/AAAAAAAAAGo/qpoIwrQsd2s/s1600/Battleship-2012-movie-cover-563x315.jpg

Battleship / Peter Berg / 2012 / F

แม่ง อันนี้หนักกว่า Total Recall อีก, หมดกัน.








  * ผมไปสัมภาษณ์คุณ  'ไอติมตากแห้ง'  มาฮะ อ่านได้ที่ลิงค์นี้ฮะ

http://thelastquestion.exteen.com/20120902/entry

Comment

Comment:

Tweet

เอ่ยถึงหนังเรื่อง The Bourne Legacy...
ก่อนจะไปดูหนังเรื่องนี้ ก็โดนเพื่อนสปอยมาเหมือนกันค่ะว่าหนังไม่ค่อยจะสอดคล้องกับ 3 ภาคแรกเท่าไหร่เลย ... แต่ตอนนั้นคิดแค่ว่า จะไปดูเอา "มันส์" เฉยๆ (ที่สำคัญคือ ชอบ Jeremy Renner เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว แหะๆ ^^) เลยตัดสินใจไปดู
ผลที่ได้คือ .... พึงพอใจในระดับหนึ่งค่ะ จะไม่พอใจก็แค่ เนื้อเรื่องมันออกจะยืดยาวไปเสียสักหน่อย :(
.... โดยรวมก็โอเคดีค่ะ :D

รอบหน้าจะคอมเมนต์หนังเรื่องอะไรบ้างคะ ... จะรอติดตามอ่านค่ะ ^^

#7 By ladyzepia on 2012-09-27 00:31

จริงด้วยเราว่า Battleship น่าจะเป็นอะไรที่น่าผิดหวังสุดๆเเละ

#6 By TunG on 2012-09-18 18:38

The Expendables 2 นี่ผมว่าน่าดูเอามันส์นะครับ ดูจากตัวนักแสดงก็น่าจะอย่างนั้นนะ ดูแล้วไม่ต้องคิดมาก
ยิงโลดดดดดดconfused smile Hot!

#5 By Mr.P on 2012-09-16 14:19

แต่ผมยังชอบ เรื่อง bourne ในทุกภาคครับsad smile

#4 By Live a Live on 2012-09-15 23:48

ขอพูดถึง I Wish หน่อยครับผม เพราะรักมากเหมือนกัน
หนังช่วงแรกเนือยไปหน่อย เหมือนเราเข้าไปเพื่อจะดูว่าคำอธิษฐานของเด็กจะเป็นจริงมั๊ย แต่หนังกลับ intro มาเยอะมากๆ เรื่องครอบครัว เล่าเรื่องเพื่อนของเด็กๆ จนเรางงว่า เฮ้ย! นี่ยังไม่ไปขอคำอธิษฐานกันอีกเรอะ! หรือหนังจะหลอกเรา ค่อยมาตั้งสติได้เมื่อรู้ว่า อืม...นี่มัน Koreeda (ให้อภัย)
แต่ฉากการเดินทางของกลุ่มเด็กๆ น่ารักมาก ละมุน ละเอียดอ่อน และเป็นโลกของเด็กมาก ผมชอบ montage ตอนที่รถไฟสวนกัน นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด surprised smile

#3 By iamdozenist on 2012-09-15 23:28

Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้ว...
ทำไมนะ...
เราถึงพลาดเรื่องดี ๆ ไปหลายเรื่องจัง555+^^
confused smile confused smile sad smile
ในบรรดาเรื่องเหล่านี้
เรา A+ ก้บ I Wish มากกกกกก
:) ๕๕๕๕๕ ส่วนที่เหลือก็ยังไม่ได้ดูเพียบเลย